2007/Jan/19

อิเหนา

อิเหนาหรือระเด่นมนตรี เป็นโอรสของท้าวกุเรปันและประไหมสุหรีนิหลาอระตา แห่งกรุงกุเรปัน อิเหนาเป็นชายรูปงามมีเสน่ห์
เจรจาอ่อนหวาน นิสัยเจ้าชู้ มีความเชี่ยวชาญในการใช้กริชและกระบี่เป็นอาวุธ

ท้าวกุเรปันได้สู่ขอบุษบาหนึ่งหรัดธิดาของท้าวดาหาเป็นคู่ตุนาหงันของอิเหนาตั้งแต่เด็ก ครั้นอิเหนาโตเป็นหนุ่มได้พบ จินตะหราวาตีและหลงใหลนางมาก จึงปฏิเสธไม่ยอมแต่งงานกับบุษบา แต่พอได้พบกับบุษบาก็หลงรักนาง จนกระทั่งลักพา
ตัวนางไปขณะที่นางกำลังจะเข้าพิธวิวาห์กับระตูจรกา ทำให้องค์ปะตาระกาหลาโกรธอิเหนาจึงบันดาลให้ลมหอบนางไปเสีย อิเหนาก็ปลอมตัวเป็นโจรป่าชื่อ มิสารปันหยี ออกติดตามหานางจนทั่วแผ่นดินชวาก็ไม่พบ จึงตัดสินใจบวชเป็นฤาษี ใช้ชื่อว่า กัศมาหรา ได้รับความทุกข์ทรมานใจแสนสาหัสกว่าจะไดเพบนางบุษบาอีกครั้ง ภายหลังอิเหนาได้เป็นกษัตริย์ครองเมืองกุเรปันมีมเหสีถึง ๑๐ องค์


edit @ 2007/01/19 18:07:04

2007/Jan/19

ตำแหน่งชายาอิเหนา

จินตะหราวาตี เป็น ประไหมสุหรีฝ่ายขวา
บุษบาหนึ่งหรัด เป็น ประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย
สะการะวาตี เป็น มะเดหวีฝ่ายขวา
มาหยารัศมี เป็น มะเดหวีฝ่ายซ้าย
บุษบาวิศ เป็น มะโตฝ่ายขวา
บุษบากันจะหนา เป็น มะโตฝ่ายซ้าย
ระหนาระกะติกา เป็น ลิกูฝ่ายขวา
อรสา เป็น ลิกูฝ่ายซ้าย
สุหรันกันจาส่าหรี เป็น เหมาหลาหงีฝ่ายขวา
หงยาหยา เป็น เหมาหลาหงีฝ่ายซ้าย

ตำแหน่งมเหสี กษัตริย์ของชวาที่ครองเมืองใหญ่และมีอำนาจมาก เช่นกษัตริย์ในวงศ์อสัญแดหวา จะมีมเหสีได้ ๕ องค์ คือ
เมเหสี ที่ ๑ เป็น ประไหมสุหรี
เมเหสี ที่ ๒ เป็น มะเดหวี
เมเหสี ที่ ๓ เป็น มะโต
เมเหสี ที่ ๔ เป็น ลิกู
เมเหสี ที่ ๕ เป็น เหมาหลาหงี



edit @ 2007/01/19 20:06:56
edit @ 2007/01/19 20:58:04

2007/Jan/19

จินตะหราวาตี

"...พระยอกรก่ายวิลาสพาดพักตร์ ถวิลถึงน้องรักจินตะหรา
โฉมงามทรามสวาทเพียงบาดตาใต้ฟ้าหาไหนไม่ทัดเทียม
งามจริตกิริยาเป็นน่าชม แต่บังคมพี่ชายก็อายเหนียม
พี่ลอบแลโฉมน้องลองเลียม งามเสงี่ยมเจียมจิตพี่ติดใจ
เมื่องชม้ายมาสบหลบเนตรหนี ท่วงทีที่ทำยังจำได้
ยิ่งแสนเสน่หาอาลัย เร่าร้อนฤทัยเกรียมตรม
จะผ่อนผันฉันใดนะอกเอ๋ย จะได้เชยชวนชิดสนิทสนม
แต่ระลึกตรึกตราเป็นอารมณ์จนบรรทมหลับไปกัยไสยา..."
(อิเหนา ตอนอิเหนา บุษบา และจินตะหรา)

จินตะหราวาตีเป็นธิดาของระตูหมันหยากับประไหมสุหรีจินดาส่าหรีแห่งเมืองหมันหยา มีรูปโฉมงดงาม มีผิวสองสี นิสัยเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจตนเอง แสนงอน ช่างพูด ประชดประชัน บางครั้งก็ก้าวร้าวหยาบคาย จนแม้แต่อิเหนายังนึกเบื่อและรำคาญใจ ทั้งๆที่เมื่อได้พบนางครั้งแรกก็หลงรักจนไม่ยอมกลับกรุงกุเรปันและปฏิเสธการแต่งงานกับบุษบาอย่างสิ้นเชิง ครั้นอิเหนาได้รับคำสั่งจากท้าวกุเรปันให้ไปช่วยทำศึกที่กรุงดาหาทำให้นางไม่ได้พบกับอิเหนาอีกเลย จวบจนเวลาผ่านไปนานหลายปี ท้าวกุเรปันจะจัดพิธีวิวาห์ให้อิเหนา จึงทรงมีสาส์นมาถึงระตูหมันหยาให้พาจินตะหราไปเข้าพิธีด้วย ในตำแหน่งประไหมสุหรีฝ่ายขวา

edit @ 2007/01/19 19:44:49


edit @ 2007/01/19 22:14:13